Web Accessibility บริการด้านการให้คำปรึกษา และการปรับปรุง เว็บไซต์ที่ทุกคนเข้าถึงได้

เราให้บริการด้านการให้คำปรึกษา และการปรับปรุง

พัฒนาเว็บไซต์ให้เป็นเว็บที่ทุกคนเข้าถึงได้ (Web Accessibility) ตามมาตราฐาน WCAG 2.0 ของ W3C

Web Accessibility เป็นแนวทางมาตราฐานที่พัฒนาเว็บให้ได้ตามแนวมาตรฐาน WCAG 2.0 (Web Content Accessibility Guideline) เพื่อรองรับกับการเข้าถึงของคนทุกประเภท ซึ่งรวมถึง ผู้พิการทางด้านต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นคนพิการทางการมองเห็น คนสายตาเลือนราง ให้สามารถเข้าถึงข้อมูลสารสนเทศต่าง ๆ ได้อย่างเท่าเทียมกัน
 

Web Accessibility: Money Matters!

สัญลักษณ์ผู้พิการใช้ Computer 

ผลประโยชน์ของ Web Accessibility ทางธุรกิจ

ในปัจจุบันนี้การแข่งขันทางธุรกิจในโลกอินเตอร์เน็ทสูงขึ้นมาก การทำเว็บไซต์โดยคำนึงถึง การใช้งานและประสบการณ์ของผู้ใช้ (Usability and User Experience) เป็นสิ่งที่มีความสำคัญมากกับผู้ใช้หลายคน จึงเป็นเรื่องที่เข้าใจได้หากเราจะทำเว็บไซต์ของเราให้ทุกคนเข้าถึงและใช้งานได้ง่าย ประโยชน์ของ Web Accessibility ด้านธุรกิจมีดังนี้
 

ช่วยเพิ่มส่วนแบ่งการตลาดและเข้าถึงผู้ใช้ได้มากขึ้น

เว็บไซต์ที่ทุกคนเข้าถึงได้จะขยายขนาดส่วนแบ่งการตลาดไปสู่ คนพิการประเภทต่าง ๆ รวมทั้งคนที่ใช้บราวเซอร์รุ่นเก่า ๆ หรือใช้อุปกรณ์เก่า ๆ ในการท่องอินเตอร์เน็ท จากผลการวิจัยในประเทศอังกฤษพบว่า มีคนพิการอยู่ประมาณ 10 เปอร์เซ็นต์ของประชากรทั้งหมด นอกจากนี้ ผู้ใช้ที่เป็นกลุ่มผู้สูงอายุก็มีมากขึ้นด้วย

นอกจากนี้ เว็บไซต์ที่ทุกคนเข้าถึงได้อาจจะแสดงโลโก้เพื่อบอกระดับคุณภาพของเว็บไซต์ ซึ่งถือเป็นการประชาสัมพันธ์ไปในตัว นอกจากนี้แล้วเว็บไซต์ที่ทุกคนเข้าถึงได้ยังเป็นเว็บไซต์ที่ Search engine สามารถเข้าใจได้ง่ายกว่าเว็บธรรมดาทั่วไปด้วย
 

คุณภาพการใช้งาน (Usability) ที่ดีขึ้น

เว็บไซต์ที่คำนึงถึง Web Accessibility ในระดับที่ดี อย่างน้อยก็สามารถปรับปรุงการใช้งานในส่วนต่อไปนี้ได้

  • ระบบ Navigation ที่ชัดเจน สม่ำเสมอ (ทำให้หาข้อมูลได้ง่าย)
  • เนื้อหาที่เข้าใจได้ง่ายและชัดเจน (ทำให้คนใช้นานขึ้นและอยากกลับมาอีก)

 

ลดค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษาเว็บไซต์

เนื่องจากว่า คุณลักษณะที่สำคัญของเว็บที่ทุกคนเข้าถึงได้คือ โค้ดที่มีความเป็นระเบียบ เข้าใจได้ง่ายและสะอาด จึงทำให้นักออกแบบดูแลได้ง่าย นอกจากนี้ CSS ที่ใช้ในการตกแต่งและออกแบบเว็บไซต์นั้นก็ช่วยประหยัดเวลาและแรงงานในการปรับเปลี่ยนการแสดงผลของเว็บไซต์ได้เป็นอย่างมาก เมื่อก่อนนั้น หากต้องการเปลี่ยนการแสดงผลบางอย่างเพียงเล็กน้อย ก็ต้องเปลี่ยนทุกเอกสาร แต่เมื่อใช้ CSS การแก้ไขก็แก้ที่ไฟล์ CSS เพียงตัวเดียวเท่านั้น จึงประหยัดเวลาได้เป็นอย่างมาก ข้อดีอีกอย่างหนึ่งก็คือ การโหลดที่เร็วขึ้น เนื่องจากเมื่อใช้ CSS ทำภาพตกแต่งต่าง ๆ ให้เป็นภาพพื้นหลังแล้ว เนื้อหาต่าง ๆ จะถูกโหลดมาก่อนพื้นหลัง ทำให้ผู้ใช้อ่านเนื้อหาได้ทันที
 

มีปัญหาเรื่องความเข้ากัน (Compatibility) กับเทคโนโลยีในอนาคตน้อยกว่า

หากทำตามมาตรฐานการสร้างเว็บไซต์ที่ทุกคนเข้าถึงได้แล้ว แม้ว่าเทคโนโลยีและมาตรฐานจะเปลี่ยนไป แต่เว็บไซต์ของเราก็ยังคงอ่านได้และเข้าถึงได้เหมือนเดิม ประโยชน์อีกอย่างหนึ่งก็คือ ความเข้ากันได้ของเว็บที่ทำตามมาตรฐานในบราวเซอร์ต่าง ๆ กันหรือระบบปฏิบัติการต่าง ๆ กันจะมีมากกว่าเว็บไซต์ธรรมดา เช่น แม้ว่าบราวเซอร์นั้นจะไม่สนับสนุน CSS และไม่แสดงรูปภาพเลย แต่เว็บไซต์ของเราก็ยังคงอ่านได้เหมือนเดิม เนื่องจากการเรียงลำดับข้อมูลที่เป็นระเบียบและการใช้การมาร์กอัพที่เป็นมาตรฐานที่ทุกบราวเซอร์เข้าใจ

ตารางการฝึกอบรม

Address 9expert